มลพิษอากาศ (Air pollution)

มลพิษอากาศ (Air pollution) ได้แก่ ฝุ่นละออง และแก๊สต่างๆ ที่ลอยอยู่ในบรรยากาศ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม มลพิษอากาศมีแหล่งกำเนิดจาก

  1. แหล่งกำเนิดจากธรรมชาติ (Natural sources) เช่น การระเบิดของภูเขาไฟ ไฟไหม้ป่า
  2. แหล่งกำเนิดจากมนุษย์ (Human sources) ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
    2.1 แหล่งกำเนิดที่อยู่กับที่ (Stationary sources) เป็น แหล่งกำเนิดที่ไม่มีการเคลื่อนที่ สามารถระบุถึงจุดเกิดที่แน่นอนได้ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมลพิษส่วนใหญ่มักเกิดจากการใช้เชื้อเพลิงในกระบวนการผลิตต่างๆ
    2.2 แหล่งกำเนิดที่เคลื่อนที่ได้ (Mobile sources) เป็นแหล่งกำเนิดที่มีการเคลื่อนที่ เช่น รถยนต์ เครื่องบิน

มลพิษอากาศจากแหล่งกำเนิดเหล่านี้สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่

  1. ฝุ่นละออง (Particular matter) หมาย ถึง อนุภาคของแข็งและละอองของเหลว (ไม่รวมถึงหยดน้ำและแก๊ส) ที่แขวนลอยอยู่ในอากาศทั้งที่มองเห็นและไม่เห็นด้วยตาเปล่า แหล่งกำเนิดฝุ่นละอองที่สำคัญแบ่งได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1) โรงงานอุตสาหกรรม เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็กและเหล็กกล้า ถลุงแร่ และเยื่อกระดาษ 2) ยานพาหนะ โดยเฉพาะรถบรรทุกที่ใช้น้ำมันดีเซล 3) โรงไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นวัตถุดิบ และ 4) การเผาไหม้ ทั้งจากการเผาขยะและการเผาป่า โดยทั่วไปฝุ่นละอองในอากาศที่มีขนาดเล็กกว่า 100 ไมครอน ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม บดบังทัศนวิสัยในการจราจร รวมทั้งเกิดความเสียหายต่อเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ภายในโรงงานด้วย ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2536) เรื่อง กำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากโรงงาน ได้กำหนดมาตรฐานของฝุ่นละอองไว้ที่ 400 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (mg/m3) สำหรับหม้อไอน้ำที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง และ 300 mg/m3 สำหรับหม้อไอน้ำที่ใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิง ฝุ่นละอองที่ขนาดเล็กจะมีผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่าฝุ่นละอองขนาดใหญ่ เนื่องจากสามารถผ่านเข้าไปในระบบทางเดินหายใจส่วนในได้ลึกกว่า ดังนั้น US.EPA. (United State Environmental Protection Agency) จึงให้ความสนใจกับในละอองที่มีขนาดเล็ก โดยแบ่งออกเป็น 2 ขนาด คือ
    1.1  PM 10 หมายถึง ฝุ่นที่มีขนาดอนุภาคในช่วง 2.5-10 ไมครอน เช่น ฝุ่นที่เกิดจากถนนที่ไม่ได้ลาดยาง โรงงานบด-ย่อยหิน เป็นต้น เป็นสาเหตุของโรคหอบหืด (Asthma) และโรคทางเดินหายใจบางชนิด ในประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2538) เรื่อง กำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศโดยทั่วไป ได้กำหนดค่าเฉลี่ยมาตรฐานความเข้มข้นในช่วง 24 ชั่วโมงของ PM 10 ในบรรยากาศทั่วไปไว้ ไม่เกิน 0.12 mg/m3
    1.2 PM 2.5 หมายถึง ฝุ่นที่อนุภาคมีขนาดเล็กว่า 2.5 ไมครอน เช่น ฝุ่นจากควันเสียของรถยนต์ โรงไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม กระบวนการผลิตสารเคมี เป็นต้น PM 2.5 มีความสัมพันธ์กับอัตราการเกิดโรคหัวใจและโรคปอด US.EPA. ได้กำหนดมาตรฐานความเข้มข้นในช่วง 24 ชั่วโมงของ PM 2.5 ในบรรยากาศทั่วไปไว้ ไม่เกิน 0.065 mg/m3อย่างไรก็ตาม กฎหมายในเรื่องมลพิษทางอากาศของประเทศไทยยังไม่มีการกำหนดค่ามาตรฐานของ PM 2.5
  2. แก๊สและไอ (Gas and Vapor) เมื่อ กล่าวถึงแก๊สและไอที่พบอยู่ทั่วไปในชีวิตประจำวันก็มักจะนึกถึง แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน ไอน้ำ เป็นต้น แต่ในทางสิ่งแวดล้อม มลพิษอากาศจะกล่าวถึงเฉพาะสารที่มีความเป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม 5 ชนิด ได้แก่ แก๊สคาร์บอนมอนออกไซด์ (CO) แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) แก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) โอโซน (O3) และตะกั่ว (Pb)

การ บำบัดและกำจัดมลพิษทางอากาศทั้งสองประเภทนี้ มีความแตกต่างกันทั้งในด้านกลไกการบำบัด และลักษณะของอุปกรณ์ที่ใช้ ในบทความนี้จะกล่าวถึงเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้ในการดักจับฝุ่นละอองขนาดต่างๆ ทั้งในส่วนของหลักการ กลไก การออกแบบ และการควบคุมการทำงานเบื้องต้น ซึ่งในประเทศไทยมีหนังสือที่กล่าวถึงการออกแบบและควบคุมประสิทธิภาพของ อุปกรณ์ดักจับฝุ่นจากแหล่งกำเนิดอยู่กับที่ไม่มากนัก

 

News & Event

Articles

สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกใช้ประเภทของผ้ากรอง จะขึ้นอยู่กับประเภทของการกรอง และสภาพแวดล้อมในการกรอง หรือเรื่องฝุ่นละอองสะสมที่เกิดขึ้น ดังต่อไปนี้ ประเภทของการกรอง (a) กรองอากาศ หรือ (b) กรองของเหลว การต้านทานความร้อน การทนต่อสารเคมี คุณสมบัติทางกายภาพของผ้ากรอง ...

Get our Newsletter

Statistics

Visitor Hits
107121